ภาพถ่ายทางอากาศ และภาพถ่ายดาวเทียม ใช้ประกอบร่วมกับแผนที่ธรณีวิทยาและแผนที่อุทกธรณีวิทยา เพื่อใช้วิเคราะห์โครงสร้างที่เหมาะสม สำหรับการเกิดแหล่งน้ำบาดาล เช่น รอยเลื่อนและระบบรอยแตกของหิน
2. สำรวจภาคสนาม
การสำรวจเส้นทางคมนาคมและพื้นที่ที่จะทำการพัฒนา ได้แก่ สภาพหมู่บ้าน ประชากร ฯลฯ
การสำรวจด้านธรณีวิทยา เพื่อให้ทราบชนิดและลักษณะของหิน ทั้งนี้ เพราะหินต่างชนิดจะมีเนื้อหิน ความพรุนที่ต่างกัน ตลอดจนลักษณะของรอยแตก หรือรอยเลื่อน ฯลฯ
การสำรวจด้านอุทกธรณีวิทยา (สภาพแหล่งน้ำบาดาล) : ได้แก่ การสำรวจข้อมูลบ่อน้ำตื้น บ่อน้ำบาดาล รวมทั้งแอ่งน้ำธรรมชาติ เช่น หนอง บึง สระ และสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น เช่น ฝาย เขื่อน เป็นต้น เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ของน้ำผิวดินและน้ำบาดาลในบริเวณนั้น
การสำรวจด้านธรณีฟิสิกส์ เช่น การสำรวจวัดค่าความต้านทานไฟฟ้า การสำรวจด้วยคลื่นไหวสะเทือน การวัดค่าสนามแม่เหล็ก แต่วิธีที่นิยมใช้กันเพราะให้ผลแม่นยำสูงคือ การสำรวจวัดค่าความต้านทานไฟฟ้า ซึ่งผลการสำรวจโดยวิธีนี้สามารถนำมาคำนวณเพื่อประเมินลักษณะของชั้นน้ำบาดาลว่าเป็นชั้นน้ำบาดาลในชั้นกรวดทราย หรือในหินชั้นรอยแตก หรือเป็นโพรงในชั้นหิน ตลอดจนสามารถคำนวณความลึก ความหนา ของชั้นน้ำบาดาล และคุณภาพน้ำได้ว่าเป็นน้ำจืด น้ำกร่อย หรือน้ำเค็ม
3. คัดเลือกสถานที่
เมื่อผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลและแปลความหมายแล้วจะสามารถบอกถึงผลการสำรวจได้ คือ ชนิดของชั้นน้ำบาดาล เช่น เป็นชั้นกรวดทราย หรือเป็นหินแข็งที่มีรอยแตก ความลึกของชั้นน้ำบาดาล คุณภาพน้ำ กำหนดประเภทของเครื่องจักรเจาะบ่อที่เหมาะสมกับชั้นน้ำบาดาลได้
ดังนั้น จึงสามารถสรุปผลการสำรวจเพื่อกำหนดสถานที่จุดเจาะที่เหมาะสมได้ ทำให้ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย
4. เจาะบ่อน้ำบาดาล วิเคราะห์ชั้นดิน / หิน
จากข้อมูลในขั้นตอนข้างต้นจะทำให้สามารถคัดเลือกเครื่องจักรเจาะบ่อ ที่เหมาะสมกับชนิดหิน และความลึกของชั้นน้ำบาดาล นอกจากนั้นแล้วต้องเลือกช่างเจาะที่มีความชำนาญสูง เพื่อให้ได้ผลการเจาะที่สมบูรณ์และไม่เกิดการผิดพลาด เช่น เกิดปัญหาก้านเจาะขาด หัวเจาะตกลงไปในบ่อ ฯลฯ ในระหว่างการเจาะจะต้องมีการเก็บตัวอย่างดินและหินที่ได้จากการเจาะเพื่อนำไปใช้ในการอ้างอิง และนำไปสู่การวิเคราะห์ชั้นน้ำบาดาลเพื่อให้ทราบว่าจะมีน้ำบาดาลหรือไม่
สำหรับในบางพื้นที่ เช่น ภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และพื้นที่ในภาคใต้ที่ติดกับชายทะเล มักจะมีปัญหา
ในการเจาะพบน้ำกร่อยหรือน้ำเค็ม ซึ่งในกรณีนี้จำเป็นต้องมีการตรวจสอบชั้นน้ำบาดาลในหลุมเจาะด้วยเครื่องมือที่เรียกว่า เครื่องหยั่งธรณี (Electrical Logger) ทำให้สามารถระบุความลึกของชั้นน้ำบาดาลได้ละเอียดและแม่นยำ สามารถตรวจสอบคุณภาพน้ำว่าเป็นน้ำจืด น้ำกร่อย หรือน้ำเค็มได้ ทำให้การก่อสร้างบ่อไม่เกิดความผิดพลาด
5. ออกแบบและก่อสร้างบ่อน้ำบาดาล
จากผลการวิเคราะห์ชั้นน้ำบาดาลทำให้สามารถนำมาออกแบบบ่อน้ำบาดาล และก่อสร้างบ่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตลอดจนป้องกันความผิดพลาดในการระบุชั้นน้ำบาดาลที่ต้องการนำมาใช้ เช่น ช่วงความลึกของท่อกรอง ท่อเซาะร่อง จะต้องวางให้ตรงกับชั้นน้ำบาดาลที่คัดเลือกจากการวิเคราะห์ จากนั้นจึงใส่กรวดกรุข้างบ่อ ซึ่งเป็นกรวดที่มีขนาดเหมาะสมลงรอบ ๆ ท่อกรอง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการไหลของน้ำบาดาลเข้าบ่อ และบริเวณเหนือชั้นกรวด ซึ่งเป็นท่อกรุบ่อนั้นต้องอุดข้างบ่อด้วยดินเหนียวสะอาดหรือฉีดด้วยซีเมนต์รอบ ๆ ข้างบ่อจนถึงบนผิวดิน เพื่อป้องกันน้ำเสียไหลซึมเข้าบ่อ
ข้อเสียน้ำบาดาล
เชื่อว่าทุกคนคงรู้จักกับ “น้ำบาดาล” มาก่อน น้ำบาดาลมีประโยชน์อย่างมาก ทั้งในภาคครัวเรือน ภาคอุตสาหกรรม และภาคการเกษตร โดยเฉพาะพื้นทีที่อยู่ห่างไกลทรัพยากรน้ำ หรือพื้นที่แห้งแล้ง การขุดเจาะน้ำบาดาลจากใต้ดินขึ้นมา ช่วยตอบสนองความต้องการใช้น้ำได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะใช้เพื่ออุปโภคหรือบริโภคก็ตาม อย่างที่ทุกคนทราบกันว่าน้ำบาดาลมีประโยชน์หลายด้าน แต่วันนี้ MITTWATER จะมาพูดถึง ข้อเสียน้ำบาดาล เพราะถึงแม้ว่าน้ำบาดาลจะมีประโยชน์หลายอย่าง แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีข้อเสียเลย ไปดูกันว่าน้ำบาดาล มีข้อเสียอย่างไร
ข้อเสียน้ำบาดาลมีอะไรบ้าง
ข้อเสียน้ำบาดาลที่ 1 : สนิมเหล็ก
ปัญหาสนิมเหล็กมักพบบ่อยในน้ำบาดาล ส่งผลต่อคุณภาพน้ำที่ไม่มีความสะอาดปลอดภัยต่อสุขภาพของผู้ที่นำไปใช้ในการอุปโภคหรือบริโภค หากมีสนิมเหล็กสูงจะทำให้น้ำมีความกระด้าง และจะไม่สามารถบริโภคน้ำบาดาลได้เลย
ดังนั้นก่อนนำน้ำบาดาลไปใช้ต้องมีการกำจัดสนิมเหล็กก่อน เช่น การกรองสารละลายเหล็กด้วยทรายกรอง หรือการนำน้ำมาตกตะกอนด้วยการเติมอากาศ ถ้าต้องการอ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีกรองน้ำบาดาล สามารถคลิกอ่านได้เลยที่บทความด้านล่างค่ะ มีเขียนข้อมูลบอกเอาไว้แล้ว 👇
ข้อเสียน้ำบาดาลที่ 2 : การปนเปื้อนของสิ่งปฏิกูล หรือสารเคมี
หากในบริเวณพื้นที่ใกล้เคียงกับการขุดเจาะน้ำบาดาล มีการเลี้ยงสัตว์ ฟาร์มปศุสัตว์ ตลอดจนบ่อขยะ หรือมีการใช้ยาฆ่าศัตรูพืช อาจทำให้น้ำบาดาลมีการปนเปื้อนของสิ่งปฏิกูลหรือปนเปื้อนสารเคมีที่เป็นพิษ เนื่องจากสิ่งปฏิกูล หรือสารเคมีจะมีการซึมผ่านลงไปในชั้นใต้ดิน โดยเฉพาะชั้นหินอุ้มน้ำไม่มีขอบเขต จึงทำให้เกิดการปนเปื้อนในน้ำบาดาลนั่นเอง
ข้อเสียน้ำบาดาลที่ 3 : มีค่าฟลูออไรต์เกินค่ามาตรฐาน
หากน้ำบาดาลมีฟลูออไรต์เกินค่ามาตรฐาน ส่งผลกระทบทั้งในภาครัวเรือน ภาคอุตสาหกรรม รวมถึงภาคการเกษตร โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรม เนื่องจากอาจสร้างความเสียหายแก่วัตถุดิบ และทำให้กระบวนการผลิตสินค้าไม่มีประสิทธิภาพ คุณภาพของสินค้าก็แย่ลง โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมอาหาร ฉะนั้นแล้วก่อนการนำน้ำบาดาลไปใช้ จึงจำเป็นจะต้องมีการบำบัดน้ำบาดาลด้วยการทำระบบกรองน้ำบาดาลเสียก่อน เพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน
ข้อเสียน้ำบาดาลที่ 4 : การผสมของหินปู
การผสมของหินปูนในน้ำบาดาล ซึ่งเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำให้น้ำบาดาลมีความกระด้าง หากนำไปใช้งานโดยที่ยังไม่ผ่านกระบวนการบำบัด อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกายได้
ข้อเสียน้ำบาดาลที่ 5 : การกัดกร่อน
เนื่องจากการสูบน้ำบาดาลขึ้นมาใช้ประโยชน์ ทำให้เกิดการไหลของน้ำที่รวดเร็วมากกว่าเดิม ส่งผลให้น้ำตะกอนพัดไปอย่างรวดเร็ว จนอาจทำให้บริเวณชั้นหินเกิดการผุกร่อนหรือกัดกร่อนได้ ส่งผลให้เกิดการยุบตัวของดินตามทิศทางการไหลของน้ำ หรือที่เรียกว่าทางน้ำใต้ดินนั่นเอง
ข้อเสียน้ำบาดาลที่ 6 : น้ำบาดาลมีกลิ่นเหม็น
บางครั้งน้ำบาดาลอาจมีกลิ่นเหม็นหรือกลิ่นที่ได้พึงประสงค์ ซึ่งเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ โดยอาจมีการปนเปื้อนของดิน หิน กรวดหรือโคลน อย่างไรก็ตามปัญหานี้สามารถแก้ไขได้ด้วยการติดตั้งระบบกรองน้ำโดยใช้เครื่องกรองน้ำบาดาลที่มีคุณภาพ และได้มาตรฐานในระดับสากล หากต้องการทราบวิธีแก้การปัญหาน้ำบาดาลมีกลิ่นเพิ่มเติม คลิกอ่านได้ที่บทความด้านล่างได้เลยค่ะ 👇
ข้อเสียน้ำบาดาลที่ 7 : มีต้นทุนสูงในการขุดเจาะ
การขุดเจาะน้ำบาดาลขึ้นมาใช้ประโยชน์ ไม่ว่าจะใช้ประโยชน์ในด้านการอุปโภคหรือบริโภค แน่นอนว่าย่อมมีต้นทุนที่สูงในระยะแรก แต่สามารถคืนทุนได้ในระยะยาว เพราะช่วยประหยัดค่าน้ำในแต่ละเดือนได้เป็นอย่างมากเลยทีเดียว นอกจากนั้นยังทำให้พื้นที่ห่างไกลจากทรัพยากรน้ำ หรือน้ำประปาเข้าไปไม่ถึงได้มีโอกาสใช้น้ำในการอุปโภค-บริโภค ได้อีกด้วย
ข้อเสียน้ำบาดาลที่ 8 : มีต้นทุนสูงในการติดตั้งเครื่องกรองน้ำบาดาล
การสูบน้ำบาดาลขึ้นมาใช้จำเป็นต้องมีการติดตั้งเครื่องกรองน้ำ เพื่อให้ได้น้ำบาดาลที่มีความใสสะอาด ปราศจากสารเคมีหรือสิ่งปนเปื้อน เพราะหากน้ำบาดาลไม่สะอาด เมื่อใช้อุปโภคหรือบริโภคแล้วจะส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกาย แต่การติดตั้งเครื่องกรองน้ำบาดาลอาจมีต้นทุนสูง และถึงแม้ว่าจะมีต้นทุนสูงในระยะแรก แต่ก็สามารถคืนทุนได้ในระยะยาวอย่างแน่นอน อีกทั้งยังทำให้ได้น้ำบาดาลที่มีความใสสะอาดปลอดภัยต่อสุขภาพร่างกายด้วย
ทั้งหมดนี้ ก็คือ ข้อเสียของน้ำบาดาล โดยส่วนใหญ่แล้วปัญหาน้ำบาดาล คือ การปนเปื้อนของสารเคมี สิ่งปฏิกูล ซากพืช ซากสัตว์ หรือแร่ธาตุที่เป็นพิษ อย่างเช่น สนิมเหล็ก รวมถึงกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ต่างๆ นานาปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ไขได้ด้วยการติดตั้งระบบกรองน้ำบาดาล เพื่อให้ได้ใช้น้ำบาดาลที่มีความใสสะอาด ปลอดภัย ไม่ส่งผลเสียต่อสุขภาพและร่างกายของผู้ใช้น้ำ แต่ก็ต้องติดตั้งระบบกรองน้ำที่มีคุณภาพดี ได้มาตรฐานเท่านั้น
หากท่านต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมว่าควรทำระบบกรองน้ำบาดาลแบบไหนดี เลือกติดตั้งเครื่องกรองน้ำบาดาลแบบไหนดีถึงจะเหมาะกับพื้นที่ของท่าน ก็สามารถคลิกสอบถามข้อมูลกับทางทีมงาน MITTWATER ได้เลยโดยตรง เราให้คำแนะนำเกี่ยวกับการทำระบบน้ำแบบครบวงจร เช่น ทำระบบน้ำประปา ระบบน้ำอุตสาหกรรมในโรงงาน ฯลฯ โดยทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญสูง และมีประสบการณ์โดยตรงค่ะ